หน้าแรก

ค้นหานักการเมือง




มารู้จักนักการเมือง

คู่มือคนไทยเพื่อรู้ทันนักการเมือง

ตรวจสอบการเข้าประชุมสภา

เงินเดือนและค่าตอบแทนนักการเมือง

คดีนักการเมืองในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คดีนักการเมืองในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ปี 2544-2553

ปี 2544

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2544 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2545

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

นายจิรายุ จรัสเสถียร กับพวกรวม 2 คน จำเลย

เรื่อง ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รมช. ใช้อำนาจในตำแหน่งตาม ป.อาญา มาตรา 148 ให้จำคุก 6 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2

 

ปี 2545

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2545 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2546

ระหว่าง อัยการสูงสุด ผู้ร้อง

นายรักเกียรติ สุขธนะ กับพวกรวม 2 คน ผู้คัดค้าน

เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า องค์คณะเสียงข้างมากจึงพิพากษาให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านจำนวน 233,880,000 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน

 

ปี 2546

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2546 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2546

ระหว่าง อัยการสูงสุด ผู้ร้อง

นายรักเกียรติ สุขธนะ ผู้คัดค้าน

เรื่อง ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำเลยรับเงินค่าตอบแทนโดยมิชอบ เป็นความผิด ป.อาญา มาตรา 149 จำคุก 15 ปี

 

ปี 2547

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2547 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2548

ระหว่าง พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ กับพวก ผู้ร้อง

ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กับพวกรวม 9 คน ผู้ถูกกล่าวหา

เรื่อง ขอให้ตั้งคระกรรมการไต่สวน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า ส่งอัยการสูงสุดให้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2547 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2548

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

พล.ต.อ.วุฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ กับพวกรวม 9 คน จำเลย

เรื่อง เจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งเก้าคน คนละ 2 ปี ให้รอการลงโทษไว้ตาม ป.อ. ม.56 กำหนด 2 ปี

ปี 2550

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2550 (ที่ดินรัชดา)

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 2 คน จำเลย

เรื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแลฯ และเป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ มีคำสั่งให้ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2

คดีหมายเลขดำที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 (ที่ดินคลองด่าน)

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

นายวัฒนา อัศวเหม จำเลย

เรื่อง เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นและเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี

ปี 2551

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551 (หวยบนดิน) คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552

ระหว่าง คตส. โดย ปปช. โจทก์

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 47 คน จำเลย

เรื่อง เป็นเจ้าพนักงาน พนักงานและผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มี หน้าที่ซื้อทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต มีหน้าที่จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่าย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น มีหน้าที่หรือแสดงตนว่ามีหน้าที่เรียกเก็บ หรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด โดยทุจริต เรียกเก็บ หรือละเว้นไม่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสียหรือเสียน้อยกว่าที่ต้องเสีย มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตอันเสียหายแก่องค์กร บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น มีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และขอให้จำเลยทั้งสี่สิบเจ็ดร่วมกันหรือแทนกันคืนหรือใช้เงินตามจำนวนที่จำเลยทั้งสี่สิบเจ็ดมีมติอนุมัติให้จ่ายไปจากเงินของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อันถือว่าเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ รวมจำนวน 14,862,254,865.94 บาท และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ 1/2550 ของศาลนี้

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 47 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 1 หลบหนีไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาครั้งแรก ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ชั่วคราว

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาให้จาคุกจำเลยที่ 10 กำหนด 2 ปีและปรับ 20,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 31 มีกำหนด 2 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยที่ 42 จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยดังกล่าวไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10 จำเลยที่ 31 และจำเลยที่ 42 ไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 จำเลยที่ 11 ถึงที่ 30 จำเลยที่ 32 ถึงที่ 41 และจำเลยที่ 43 ถึงที่ 47 สำหรับความผิดฐานอื่นและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

เลื่อนการอ่านคำพิพากษาเฉพาะจำเลยที่ 9 ที่ 21 ที่ 31 กับที่ 43 ซึ่งทราบนัดโดยชอบแล้วไม่อยู่หรือไม่มาฟังคำพิพากษา ออกหมายจับจำเลยที่ 9 ที่ 21 ที่ 31 กับที่ 43 มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10 นาฬิกา และปรับนายประกันตามสัญญา 

คดีหมายเลขดำที่ อม. 2/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 1/2551

ระหว่าง บริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ผู้ร้อง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้ถูกกล่าวหา

เรื่อง ขอให้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระ

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีมติให้ส่งเรื่องให้ ปปช. ดำเนินการไต่สวนตาม รธน. 2550 มาตรา 250 (2) แทนการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระตามมาตรา 276 

คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551 (เอ็กซิมแบงค์)

ระหว่าง คตส. โจทก์

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย

เรื่อง เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้นและฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ จำหน่ายคดีชั่วคราว ออกหมายจับ

คดีหมายเลขดำที่ อม.4/2551 (คดีทุจริตกล้ายาง) คดีหมายเลขแดงที่ อม.7/2552

ระหว่าง คตส. โดย ปปช. โจทก์

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กับพวกรวม 44 คน จำเลย

เรื่อง เป็นเจ้าพนักงาน พนักงาน ผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานและพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงาน พนักงาน ผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน พนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น เป็นพนักงานและผู้สนับสนุนมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ร่วมกันใชอำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น เป็นเจ้าพนักงานร่วมปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงาน ผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน และบุคคลร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานและบุคคล ร่วมกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกง

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษายกฟ้อง

คดีหมายเลขคดีดำที่ อม.5/2551 คดีหมายคดีแดงที่ อม.7/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายชาลี เส้งรอด ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย 

คดีหมายเลขดำที่ อม.6/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.8/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายสมิตร ยิ้มศิริ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย

คดีหมายเลขดำที่ อม.7/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.9/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายประกาศิต ไหมอ่อน ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย 

คดีหมายเลขดำที่ อม.8/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.3/2551

ระหว่าง พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน ผู้ร้อง

เรื่อง ให้ตรวจสวนพยานหลักฐาน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาครั้งที่ 16/2551 วันที่ 27 สิงหาคม 2551 ให้ยกคำร้อง

คดีหมายเลขดำที่ อม.9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551

(แปลงภาษีสรรพสามิตเป็นทุน)

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย

เรื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่สัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแล กิจการใดเข้าไปมีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นกสนปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

จำหน่ายคดีชั่วคราว ออกหมายจับเนื่องจากจำเลยหลบหนี

คดีหมายเลขดำที่ อม.10/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายวีระชัย สุวพันธุ์ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย

คดีหมายเลขดำที่ อม.11/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.13/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายภักดี คุ้มชนะ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย

คดีหมายเลขดำที่ อม.12/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.11/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายเริงฤทธิ์ พาสุนันท์ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย

คดีหมายเลขดำที่ อม.13/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.12/2551

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ์ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำคุกไว้ 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วินิจฉัย 

คดีหมายเลขดำที่ อม.14/2551 (ร่ำรวยผิดปกติ)

ระหว่าง อัยการสูงสุด ผู้ร้อง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหา

เรื่อง ร้องขอให้ทรัพย์สินเป็นของแผ่นดิน

อยู่ระหว่างไต่สวนพยานหลักฐาน

คดีหมายเลขดำที่ อม.15/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2552

ระหว่าง ปปช. ผู้ร้อง

นายธีรวัฒน์ เกษตระทัด ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำหน่ายคดีชั่วคราว ออกหมายจับ

คดีหมายเลขดำที่ อม.16/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.3/2552

ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง

เรือเอกวินัย เชยศุภเกตุ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินหรือเอกสารประกอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษา ให้ยกคำร้อง

คดีหมายเลขดำที่ อม.17/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.6/2551

ระหว่าง นายวิลเลี่ยม ไลล์ มอนซัน ผู้ร้อง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กับพวกรวม 11 คน ผู้คัดค้าน

เรื่อง ขอตั้งผู้ไต่สวนอิสระ

มติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาครั้งที่ 21/2551 วันที่ 1 ธันวาคม 2551 ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.

คดีหมายเลขดำที่ อม.18/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.11/2552

(ทั้ง 3 คดีต่อจากนี้ จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ในคดีคลองด่าน)

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

นายชวณัฐหรือสุขุม โฉมจังหวัด กับพวกรวม 6 คน จำเลย

เรื่อง ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษา ให้ยกฟ้องโจทก์ 

คดีหมายเลขดำที่ อม.19/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.12/2552

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

นายสมมาตร ดลมินทร์ จำเลย

เรื่อง ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษา ให้ยกฟ้องโจทก์

คดีหมายเลขดำที่ อม.20/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.13/2552

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

นายคมชิต วิชญะเดชา จำเลย

เรื่อง ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษา ให้ยกฟ้องโจทก์

ปี 2552

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2552

ระหว่าง พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ กับพวกรวม 2 คน ผู้ร้อง

นายชัย ชิดชอบ กับพวกรวม 3 คน ผู้คัดค้าน

เรื่อง ขอตั้งผู้ไต่สวนอิสระ

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่เข้า รธน. พ.ศ. 2550 มาตรา 275 ว.1, ว.2 ตามมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552

คดีหมายเลขดำที่ อม.2/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.9/2552

ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้คัดค้านจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และเป็นผู้ต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 263 วรรคสอง และมีความผิดตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30

คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.8/2552

ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง

นายสมบัติ อุทัยสาง ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า นายสมบัติ อุทัยสาง ผู้คัดค้าน จงใจไม่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 263 วรรคหนึ่ง และมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กับห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันที่ศาลวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 263 วรรคสอง

คดีหมายเลขดำที่ อม.4/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.6/2552

ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง

นางอรพินท์ มั่นศิลป์ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า นางอรพินท์ มั่นศิลป์ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช 2550 มาตรา 263 วรรคหนึ่ง และมีความผิดตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากผู้คัดค้านไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กับห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 263 วรรคสอง

คดีหมายเลขดำที่ อม.5/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2552

ระหว่าง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้ร้อง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพวกรวม 2 คน ผู้คัดค้าน

เรื่อง ขอตั้งผู้ไต่สวนอิสระ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ มีคำสั่งยกคำร้อง (ไม่มีกฎหมายรองรับ)

คดีหมายเลขดำที่ อม.6/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2552

ระหว่าง ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้ร้อง

ประธานกรรมการและกรรมการ ป.ป.ช. ผู้คัดค้าน

เรื่อง กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษา ให้ยกคำร้อง

คดีหมายเลขดำที่ อม.7/2552

ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง

นายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

อยู่ระหว่างการพิจารณา

คดีหมายเลขดำที่ อม.8/2552

ระหว่าง นายประเกียรติ นาสิมมา กับพวก ผู้ร้อง

ป.ป.ช. ผู้คัดค้าน

เรื่อง กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

อยู่ระหว่างการพิจารณา

คดีหมายเลขดำที่ อม.9/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.14/2552

ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์

พล.เอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กับพวกรวม 5 คน จำเลย

เรื่อง เป็นผู้ใช้เป็นผู้สนับสนุนพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปฏิบัติหรือหน้าที่โดยทุจริต เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานของ สนง.กกต. โดยมีจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันเป็นผู้ใช้และจ้างวานให้จำเลยที่ 4 กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โดย สนง.กกต. มีฐานะเป็นองค์กรอิสระตาม รธน. ไม่อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐบาลที่มีจำเลยที่ 1 เป็น รมว.กระทรวงกลาโหม ในฐานะฝ่ายบริหารที่จะกำกับดูแลหรือควบคุมสั่งการใด ๆ ได้อีก มูลแห่งคดีตามข้อกล่าวหาจึงไม่อยู่ในความหมายของการกระทำความผิดของตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดทางอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลนี้ แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลซึ่งมีเขตอำนาจที่โจทก์ต้องฟ้องเพื่อดำเนินคดีอาญาจำเลยทั้งห้า องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีมติเสียงข้างมากไม่ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ

ปี 2553

 

คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2553

ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง

นายชุมพล กาญจนะ ผู้คัดค้าน

เรื่อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

อยู่ระหว่างการพิจารณา

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 5 มีนาคม 2553

ปฏิทินการเมือง

« เมษายน 2017 »
อาพฤ
1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30

เกาะติดสถานการณ์

  • No upcoming events available

วาทะนักการเมือง

"ขณะนี้นักกฎหมายกำลังร่างคำร้องเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีนายอภิสิทธิ์ไปจับมือกับผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจัดตั้งรัฐบาล"


เมื่อถูกถามว่าหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทยบ้างเพราะผู้ที่ถูกตัดสิทธิเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย นายประชา กล่าวว่า


"คนละกรณีกัน เพราะของพรรคเพื่อไทยทำอย่างลับๆ ล่อๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่เปิดเผย แต่กรณีนายเนวินทำอย่างเปิดเผยชัดเจน"

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (มติชน 12 ธันวาคม 2551)

งบประมาณดูงานต่างประเทศ

คดีทุจริตของนักการเมือง

คดีนักการเมือง