หน้าแรก

ค้นหานักการเมือง




มารู้จักนักการเมือง

คู่มือคนไทยเพื่อรู้ทันนักการเมือง

ตรวจสอบการเข้าประชุมสภา

เงินเดือนและค่าตอบแทนนักการเมือง

รายงานเสวนาข้ามผ่านวิกฤตวุ่น เพื่อเป็นทุนสู่อนาคต 21 มิถุนายน 2553

          


           เมื่อเวลา 9.30 น.ที่หอประชุมมหาจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง "ก้าวข้ามวิกฤตวุ่นเพื่อเป็นทุนสู่อนาคต" โดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และประธานคณะกรรมการศึกษาและปฏิรูปทางการเมืองกล่าวว่า ทุกประเทศที่เจริญแล้วล้วนเคยมีวิกฤตความขัดแย้งมาก่อน ประเทศไทยโชคดีที่ไม่มีปัญหาเชื้อชาติและเรื่องสีผิว แต่นักการเมืองกลับเอาสีเสื้อเข้ามาเป็นข้อขัดแย้งทางสังคม ตนมองว่าปัญหารากเหง้าของประเทศจริงๆเกิดจากความเหลื่อมล้ำของสังคมที่ผลการพัฒนาทำให้รวยกระจุก จนกระจาย โครงสร้างฐานะประชากรยังเป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่ว เพราะปัจจุบันพบว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศจบไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่3 อยู่ถึง 71% ทำให้คนมีความรู้น้อยตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองได้ง่าย กลไกที่ทุกประเทศทำได้ผลคือการจัดการศึกษา ตัวอย่างเห็นชัดคือประเทศมาเลเซียที่ทุ่มเทให้กับทางด้านการศึกษา แม้รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันจะให้ความสำคัญกับการศึกษาแล้วแต่ยังไม่ให้ความสำคัญด้านคุณภาพของการศึกษา หากต้องการแก้ไขปัญหาระยะยาวรัฐบาลจึงมีโจทย์ใหญ่คือต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้ วันนี้ต้องคิดให้ยาวและมีผลระยะยาวว่าจะแก้ไขปัญหารากฐานของสังคมได้อย่างไร ไม่มีประเทศใดที่จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ตราบใดที่คนในชาติยังมีการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีคุณธรรม และจริยธรรม


ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า จะหาทางออกจากวิกฤตนี้ได้ต้องเข้าใจต้นเหตุเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากขึ้นอีก เพราะวิกฤตของประเทศช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเกิดจากความคิดที่แตกต่างกันว่าประเทศไทยควรจะไปทิศทางใด ใครควรเป็นรัฐบาลและมีนโยบายอย่างไร แต่เป็นการเปลี่ยนโดยใช้ทหารเข้ามายึดอำนาจรัฐประหาร นำมาสู่การสองมาตรฐาน เมื่อปราบอีกฝ่ายอย่างราบคาบถึงมาพูดกันว่าเราจะมีความปรองดองอย่างไร วิกฤตของไทยจึงถือว่าเป็นวิกฤตที่ล้าหลังมาก เพราะมีความคิดว่าประชาชนยังไม่ฉลาดพอที่จะปล่อยให้มีการเลือกตั้งได้ ควรให้กลุ่มคนที่เป็นคนดีมีความรู้กำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง ขณะที่อีกฝ่ายคิดว่าควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดชะตากรรมตัวเอง สุดท้ายคือความคิดแบบอภิสิทธิ์ชน ให้คนไม่กี่คนมากำหนดอนาคตของประเทศ จึงเป็นต้นเหตุของวิกฤตของประเทศขณะนี้และเป็นวิกฤตการเมืองโดยตรง


นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า คำถามคือเราต้องการให้ประเทศไทยเดินไปทางใด นอกจากการปฏิรูปประเทศทั้งที่ยังไม่มีทิศทางแน่ชัด สุดท้ายหนีไม่พ้นต้องมีกติกาเป็นประชาธิปไตยและเป็นที่ยอมรับ ทำให้สังคมยอมรับผลและเรียนรู้กติกาเหล่านั้น กรณีการปรองดองของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าจะไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย ทั้งที่คำว่าปรองดองหมายถึงให้คู่กรณีมาเจรจากัน พูดคุยกันขณะที่จำนวนผู้ก่อการร้ายของนายกฯเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน เพราะเพิ่มโดยการกำหนดของนายกฯเองว่าจะให้ใครเป็นผู้ก่อการร้าย จึงอยากถามว่าเหล่านักศึกษา ประชาชนที่อยู่กันตามปกติสุขจะต้องปรองดองกับใครเพราะคนเหล่านี้ไม่มีคู่ขัดแย้ง เมื่อเป็นเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความไม่ยุติธรรม การสองมาตรฐาน โยนให้สังคมฝากความหวังไว้กับผู้อาวุโสมาปฏิรูปประเทศ ทั้งที่คณะกรรมการตรวจสอบที่ต่างประเทศมีความหวังที่สุดคือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าสุดท้ายใครถูกใครผิด


นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า การปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องกว้างครอบจักรวาล ถือเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมปัญหาที่ว่าจะให้ใครกำหนดความเป็นไปของประเทศ หากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแล้วไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายอานันท์ ปันยารชุน และนพ.ประเวศ วะสี จะทำอย่างไร ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเป็นการต้องการให้อภิสิทธิ์ชนมากำหนดอนาคตของประเทศ จึงเชื่อว่าความปรองดองไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเป็นผู้กำหนดการปรองดอง เป็นความเหลื่อมล้ำต่อสิทธิและอำนาจในการกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง หากยังทำอยู่ลักษณะนี้จะเป็นความสับสนไม่สามารถทำให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปได้


นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความสองมาตรฐานในประเทศไทยมีมานานแล้วแต่ไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาสะสาง ไม่เคยจำบทเรียนในอดีต ไม่ทำตามกติกา กรณีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้เอาชีวิตประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่จริงใจที่จะเยียวยาผู้สูญเสียอย่างแท้จริง เพราะผู้เสียชีวิตยังไม่ทราบว่าคดีอยู่ที่ไหนบ้างทั้งที่เป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์ให้ได้ แต่กลับยังใช้กลไกรัฐในการประหัตประหารกัน ขณะนี้รัฐบาลกำลังจะใช้ ปปง.เป็นเครื่องมือทางการเมือง หลังจากที่รัฐบาลชุดก่อนๆก็เคยทำเช่นนี้มาแล้วเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าอภิสิทธิ์ชนของทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์จากกลไกเหล่านี้เพื่อเป็นเครื่องมือของฝ่ายตัวเองเท่านั้น การปรองดองทางการเมืองจะสำเร็จต้องแยกชนชั้นนำที่หาประโยชน์จากเรื่องนี้ออกมาให้ได้ก่อนนายสุริชัย หวันแก้ว ผอ.ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ในโหมดเดิมว่าเราจะโทษใครดี โดยไม่มีความทุกข์ร่วมกัน หากสังคมใดไม่มีอนาคตร่วมกัน สังคมนั้นไม่มีอนาคตแน่นอน การเมืองขณะนี้ที่น่าห่วงคือผู้ชนะกินรวบ กินบ้านกินเมือง ทีใครทีมัน เพราะการเมืองขาดจริยธรรมทางการเมือง จึงยังมองเห็นว่าประเทศมีความเสี่ยงอันตรายอยู่หลายอย่างอาทิ การสร้างบรรยากาศให้คนลืมความทุกข์ความเศร้าโดยเร็วที่สุด เยียวยาที่ยังไม่ถูกจุด ผู้เสียหายไม่กล้ามาลงทะเบียนเพราะเกรงความไม่ปลอดภัย และยังมีคนบางพวกต้องการใช้วิกฤตเพื่อประโยชน์ของตนเอง แปลเป็นโอกาสทางธุรกิจ สังคมยังติดอยู่กับการชี้นิ้วโจมตีใส่ร้าย อาทิ ใช้คำว่า ผู้ก่อการร้าย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการเสวนาได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็นโดยนิสิตจากคณะรัฐศาสตร์รายหนึ่ง กล่าวต่อที่ประชุมว่าดร.สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ ไม่รู้จักคำว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงและยังอยู่ในชนชั้นอำมาตย์ เป็นอภิสิทธิ์ชน ขณะที่ดร.สมบัติ ย้อนกลับอย่างสุภาพว่าการแสดงตัวตนว่าเป็นนักประชาธิปไตยต้องอยู่บนพื้นฐานว่าเราเป็นนักประชาธิปไตยจริงหรือไม่ด้วย ต้องยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นด้วย และตนพร้อมน้อมรับข้อกล่าวหาที่ว่าตนไม่รู้จักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง


(ที่มา: http://www.newsplus.co.th/NewsDetail.php?id=6590)

ปฏิทินการเมือง

« มีนาคม 2017 »
อาพฤ
1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031

เกาะติดสถานการณ์

  • No upcoming events available

วาทะนักการเมือง

"ขณะนี้นักกฎหมายกำลังร่างคำร้องเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีนายอภิสิทธิ์ไปจับมือกับผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจัดตั้งรัฐบาล"


เมื่อถูกถามว่าหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทยบ้างเพราะผู้ที่ถูกตัดสิทธิเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย นายประชา กล่าวว่า


"คนละกรณีกัน เพราะของพรรคเพื่อไทยทำอย่างลับๆ ล่อๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่เปิดเผย แต่กรณีนายเนวินทำอย่างเปิดเผยชัดเจน"

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (มติชน 12 ธันวาคม 2551)

งบประมาณดูงานต่างประเทศ

คดีทุจริตของนักการเมือง

คดีนักการเมือง